lnwshop logo

อะไหล่มาใหม่

1,800.00 บาท
1,100.00 บาท
  • สั่งซื้อ
950.00 บาท
550.00 บาท
  • สั่งซื้อ
59,000.00 บาท
41,900.00 บาท
  • สั่งซื้อ
7,900.00 บาท
5,400.00 บาท
  • สั่งซื้อ
18,900.00 บาท
13,700.00 บาท
  • สั่งซื้อ

BEST SELLER

2,300.00 บาท
550.00 บาท
  • สั่งซื้อ
2,300.00 บาท
550.00 บาท
  • สั่งซื้อ
2,300.00 บาท
650.00 บาท
  • สั่งซื้อ
100.00 บาท
50.00 บาท
  • สั่งซื้อ
850.00 บาท
500.00 บาท
  • สั่งซื้อ

หน้าแรก


เงื่อนไขการข้อตกลงก่อนการสั่งซื้อ คลิ๊กที่นี่ได้เลยครับ***

แจ้งเลขจัดส่งสินค้าทางเฟสบุ๊คร้านเท่านั้น

facebook.com/169mobilepart

สั่งซื้อสินค้าทาง Line : @169mobilepart

ไม่สะดวกสั่งทางหน้าเว็บไซด์สามารถแอดไลน์ร้านได้เลยจ้าาาาาา

"สั่งซื้อสินค้าแล้วรบกวนจำรหัสสั่งซื้อด้วยนะครับ เพื่อใช้ในการแจ้งชำระเงินทุกครั้ง"

"โอนแล้วกรุณากดแจ้งชำระมุมซ้ายบนครับ"



***กฏในการเคลมสินค้า***

  • อะไหล่มือถือกรณีที่เป็นหน้าจอไอโฟน 4,5,6,6s ทุกรุ่นห้ามแกะลอก

ฟิลม์ทั้งด้านในและด้านนอกออกให้เทสก่อน (ลอกแล้วติด

ใหม่ก็ไม่รับเคลมนะครับ สวมรอยมาผมไม่เคลมให้ครับ)

สายแพรห้ามขาด,ขอบจอด้านข้างต้องไม่

  • เป็นรอย ไม่มีรอยกดปุ่มโฮมผ่านฟิลม์หน้าจอ โดยเด็ดขาด

  • จองานไม่มีประกันไม่รับเครมทุกกรณี

  • แบตเตอรี่ควรเทสก่อนไขน็อตประกอบทุกครั้ง

 

****ไม่ต้องรอร้านแจ้งกลับ สินค้ามีสต็อกพร้อมส่ง****

 

****ถ้าสินค้าหมดจะไม่สามารถกดสั่งได้ครับ****

 

**ไม่รับแจ้งโอนชำระทางโทรศัพท์กรุณากดแจ้งชำระด้านซ้ายบนครับ**

4/11/60

ลูกค้าที่สั่งแบตเตอรี่ไอโฟน,หน้าจอไอโฟน หรืออะไหล่ไอโฟน

สินค้าอื่นๆ ทางร้านขออนุญาติแจ้งเลขจัดส่งสินค้าทาง

เฟสบุ๊คร้านเท่านั้นครับ




2/11/60

หน้าจอไอโฟน 6 ของแท้ มาแล้วนะครับ งานนี้ลอกฟิลม์ได้ทั้งหน้าและหลัง

ยังมีประกันให้ 1 เดือนนะครับ หน้าจอตัวนี้ ใช้กับไอโฟน ที่

อัพเดท iOS ได้ทุกเวอร์ชั่นนะครับ สามารถสั่งซื้อหน้าจอไอโฟน,แบตเตอรี่ไอโฟน,

อะไหล่ไอโฟน,สายแพรไอโฟน ได้ทั้งแต่รุ่นไอโฟน 5, ไอโฟน 6 , ไอโฟน 6S , ไอโฟน 7

ได้เลยครับ ช่องทางการสั่งซื้อ


LINE : @169mobilepart (มี @ ด้วยนะครับ)

FACEBOOK ร้าน : www.facebook.com/169mobilepart

#แบตเตอรี่ไอโฟน6 #หน้าจอไอโฟน6 #แบตเตอรี่ไอโฟน5

#อะไหล่ไอโฟนราคาถูก #รับประกันสินค้า #งานแท้


 

หาซื้ออะไหล่ไอโฟน หน้าจอไอโฟน แบตไอโฟนราคาถูก ได้ทีนี่

 วิธีเทสหน้าจอไอโฟน 6 
การเทสหน้าจอไอโฟน 6 ต้องทำโดยที่ไม่ต้องประกอบจอลงเครื่อง และไม่ลอกฟิลม์หน้าจอทั้งหน้าทั้งหลัง โดยเริ่มจาก

1.ปิดเครื่องถอดจอเก่า ยกชุดออกมาจากเมนบอรด์ 
2. นำจอไอโฟน 6 ของท่านมาแปะสายแพรลงไปในเมนบอรด์ เพื่อเทสทัชสกรีนและภาพจากจอ LCD
3.เทสโดยการเปิดเครื่อง ย้าย Icon ลากไปให้ทั่วจอ และดูว่าลากแล้วลื่น หรือมีตรงไหนที่ทัชหลุดหรือไม่
4.ลองพิมพ์ทุกตัวอักษร ถ้าพิมพ์ได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา เป็นว่าผ่าน พร้อมประกอบจอได้เลยจ้าโดยการยกอะไหล่จากจอไอโฟนของเก่ามาใส่ได้เลย

Tip
การเทสให้ดูภาพเม็ดสีให้ทั่วๆ และการย้าย icon ให้ลากวนไปให้ทั่วจอไอโฟนครับ
 

วันนี้มีเคล็ดลับเกี่ยวกับการชาร์จไฟและถนอมแบตมือถือ มาฝากครับ

เคล็ดลับที่หลายคนไม่รู้ เกี่ยวกับการชาร์จไฟและถนอมแบตเตอรี่

"มือถือ/แท๊บเลท" อย่างถูกวิธี

เรามาทำความรู้จักกับแบตเตอรี่ในมือถือและแท๊บเลทกันก่อน

โดยแบตเตอรี่ในมือถือและแท๊บเลทส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นจะเป็นแบบ Li-ion และ Li-Polymer ทั้งสองแบบมีลักษณะการทำงานในลักษณะ "นับรอบการชาร์จ(Cycle)" แต่ไม่ได้นับเป็นจำนวนครั้ง โดยแรงดันในการชาร์จจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับก็คือ 1C หมายถึง การชาร์จ ณ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ มากกว่า 65-70% , 2C หมายถึง การชาร์จ ณ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ 35-60% และ 3C หมายถึงการชาร์จ ณ ระดับพลังงานต่ำกว่า 30% (เดี๋ยวค่อยไปดูกันว่าควรชาร์จช่วงไหน)

ไม่เหมือนกับแบตในสมัยก่อนจำพวก Ni-Cad ที่จะนับเป็นจำนวนครั้งในการชาร์จเลย ดังที่เราจะได้ยินกันบ่อยๆว่า "ซื้อไปแล้วต้องชาร์จทิ้งไว้ 12-14 ชั่วโมง พอเต็มแล้วก็ใช้ให้หมดเกลี้ยงด้วย" เนื่องด้วยความที่มันนับเป็นจำนวนครั้ง ดังนั้นยิ่งชาร์จบ่อยๆ Cycle มันก็จะเยอะ แบตก็จะเสื่อมเร็วตามมา เอาให้เข้าใจคร่าวๆกันประมาณนี้ คงไม่เจาะลึกลงไปถึงชั้นวัตถุดิบในการทำ

**แต่ไม่ว่าจะเป็นแบตชนิดใดในโลก ถึงแม้จะปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานประมาณ 3-5 ปี ก็ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (ตามคุณภาพแบต) อันเนื่องมาจากแบตมันปล่อยประจุตัวเองออกจนหมด และสารเคมีในแบตเสื่อมประสิทธิภาพ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีมันก็จะยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นไปอีกนั่นเอง ^^


วิธีที่จะทำให้แบตไม่เสื่อมเร็ว

เมื่อพวกเราได้รู้จักกับแบตเตอรี่ชนิดต่างๆกันไปแล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่าเราจะถนอมแบตและชาร์จแบตอย่างไรให้อย่างไรให้ถูกวิธีกันดีกว่า(จะบอกเฉพาะแบตเตอรี่ชนิด Li-ion และ Li-Polymer เท่านั้น เพราะเป็นแบตที่ใช้กันอยู่ในมือถือและแท๊บเลทในปัจจุบันอยู่แล้ว)


1.ควรชาร์จไฟก็ต่อเมื่อระดับแบตเต อรี่อยู่ที่ 65-70%(1C) จะดีที่สุด แต่การใช้งานจริงคงจะได้ระดับ 35-60%(2C) ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ ซึ่งจากผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ ระบุว่า หากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับ 3C จะสามารถชาร์จได้ประมาณ 300 รอบ(Cycle) แต่หากเราชาร์จที่ระดับ 1C และ 2C จะสามารถชาร์จได้มากกว่า 400-500 รอบ (Cycle) "ดังนั้นไม่ควรชาร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า 30% นั่นเอง เพราะมันจะเสื่อมเร็ว"

2.จะชาร์จเมื่อไรก็ชาร์จไป (ตามข้อที่ 1) แต่ห้ามใช้แบตจนหมดเกลี้ยงในระดับเปิดเครื่องไม่ติด (แบตเหลือ 0%) โดยเด็ดขาดเพราะแบตมันจะพังไวมาก!!

3.ถ้าหากไม่ได้ใช้มือถือเป็นเวลานาน และแบตเตอรี่สามารถถอดออกมาได้ ควรถอดแบตเตอรี่เก็บไว้ในขณะที่มีประจุประมาณ 40% และควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่เย็น และไม่มีความชื้นครับ โดยค่า 40% นั้นเป็นตัวเลขที่มาจากห้องทดลองเลยทีเดียว

4.มือถือและแท๊บเลทในปัจจุบันนั้น มีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จแบตจนเต็ม 100% และมันจะต่อไฟตรงเหมือนกับที่เราเห็นมันขึ้นเป็นรูปสายไฟแทนฟ้าผ่านั่นแหละ แต่ถ้าหากแบตมันลดลงเพียง 1% มันก็จะชาร์จใหม่ ดังจะเห็นว่าไม่ว่าเราจะเล่นเกมส์หนักหน่วงขนาดไหนในขณะที่ชาร์จมันก็จะเต็มตลอด (ไม่เหมือนโน๊ตบุ๊คที่จะตัดไฟเมื่อแบตเต็ม และชาร์จใหม่เมื่อแบตลดลงเหลือ 90%) ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียรอบการชาร์จไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเราชาร์จเสร็จก็ควรถอดปลั๊กเพื่อนำมาใช้งาน และเมื่อถึงระดับ 35-70% ค่อยนำกลับไปชาร์จใหม่จะดีที่สุด

5.ควรใช้ที่ชาร์จที่มีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงที่ชาร์จปลอมเพราะอาจจะทำให้จ่ายไฟไม่นิ่งได้ และสิ่งที่หลายคนนั้นมองข้ามไปนั่นก็คือ สายไฟที่เราใช้ชาร์จนั่นเอง ก็ควรที่จะเป็นสายที่มีคุณภาพในการนำไฟฟ้าได้ดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน (เช่นสาย micro-USB ของ Nokia ที่ทั้งถึก ทน และไม่เคยมีปัญหาการใช้งานเลย)

6.หลีกเลี่ยงการทำแบตเตอรี่ตกพื้น เพราะอาจจะทำให้สารเคมีในแบตรั่วไหล หรือขั้วแบตอาจจะหลุดออกมาก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลให้จ่ายไฟไม่นิ่ง และการใช้งานกับตัวเครื่องมือถือหรือแท๊บเลทมีปัญหาได้

7.เวลาชาร์จควรเสียบที่ชาร์จกับปลั๊กไฟก่อน แล้วค่อยเอาหัวชาร์จมาเสียบกับมือถือ/แท๊บเลทอีกทีเพื่อป้องกันไฟกระชาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ต้องไปซีเรียสมาก อุปกรณ์เหล่านี้มันเกิดมาเพื่อให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น ไม่ใช่มาเป็นภาระของเรา ส่วนตัวแล้วถ้าไม่ลืมก็พยายามทำ แต่ถ้าลืมก็ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ต้องซีเรียส ยังไงวันนึงมันก็จากเราไปอยู่ดี เพียงแค่ถ้ารู้วิธีหน่อยมันก็จะอยู่กับเรานานขึ้นเท่านั้นเอง ^^

Cr: ฟาร์มดี (ฟาร์มไส้เดือนของคนพิการ)

 

ความรู้เกี่ยวกับ Battery Lithium Ion (Li-ion)

ในปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์หลายชนิดที่ต้องใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และบวกกับเทคโนโลยีใหม่ทำให้เกิดแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม ไอออนขึ้นมา ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดเรื่องแบตเตอรี่ชนิดนี้อยู่ เนื่องจาคุณสมบัติของมันนั้นต่างกับแบตรุ่นเก่าโดยสิ้นเชิง ถ้าเป็นสมัยก่อนผู้ใหญ่จะสอนเราว่า "หากซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แบตมา ต้องชาร์จอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนนะ" ซึ่งเจ้าแบตตัวนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย โดยหลักการทำงานรวมไปถึงข้อดีข้อเสียต่างจะทำให้รู้ว่ามันทำงานยังไง และจะทำยังไงให้มันใช้ได้นานๆ เพราะ Smartphone ของเราที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็ใช้แบตเตอรี่รุ่นนี้เช่นกัน

โครงสร้างการทำงานของ Battery Lithium Ion (Li-ion)

lithium ion เป็น แบตเตอรี่ ชนิดประจุไฟใหม่ได้ โดยหลักการทำงาน จะปล่อย lithium ion จาก
ขั้วลบ (anode) ไปยัง ขั้วบวก (cathode) เมื่อคลายประจุ(discharge) และกลับกัน เมื่อประจุ (charge)
lithium ion จะเคลื่อนที่จากขั้วบวก ไปยังขั้วลบ

ส่วนประกอบพื้นฐานหลัก 3 ส่วน คล้ายกับแบตเตอรี่ทั่วไป คือ วัสดุที่ทำ ขั้วบวก ขั้วลบ และ สารสื่อกลางนำไฟฟ้า (cathode, anode & electrolyte)

ข้อดีของแบต lithium

- น้ำหนักเบา ต่อการให้พลังงานในหน่วยที่เท่ากันเมื่อเทียบกับแบตชนิดอื่นๆ
- ไม่มี memory effect
- มีการคลายประจุตามธรรมชาติเมื่อไม่ได้ใช้ (self discharging) ในอัตราที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับแบตชนิดอื่นๆ

เช่น Ni-Cd, NI-MH(0.1% เทียบกับ 10% และ 30% ต่อเดือนตามลำดับ)

ข้อด้อยของแบต lithium

- อายุการใช้ค่อนข้างสั้น : มักจะนับเป็นรอบของการ charge (cycle life) โดยธรรมดาจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 รอบ

- ความต้านทานภายใน cell (internal resistance) : จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรอบการ charge & ตามอายุของ batt เอง
ทำให้ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟลดต่ำลงเรื่อยๆ

- ต้องมีอุปกรณ์เรื่องความปลอดภัย (safety requirement) : โครงสร้างการออกแบบ ทำให้แบต lithium ไม่ทนทานเท่า Ni-Cd หรือ Ni-MH
ที่สำคัญที่ต้องระวัง คือความเสี่ยงต่อการระเบิดมักเกิดจาก 2 กรณีคือ หากcharge ด้วย voltage ที่สูงเกินไปและเมื่อเกิดความร้อนสะสมสูงเกินไปทำให้แบต lithium ต้องมีระบบป้องกัน ได้แก่

* วงจรควบคุมการตัดไฟการ charge ทั้งแบบที่ป้องกันการ charge เกิน (ที่เกินกว่า 4.2 V) และเพื่อป้องกัน cell แบตหากมีการคลายประจุต่ำเกินกว่าขีดจำกัด (ต่ำกว่า 3 V) ซึ่งหากถึงจุดนี้ เครื่อง charge ธรรมดาจะ charge ไม่เข้า
* shut down separator (เพื่อป้องกันความร้อนที่สูงเกินไป)
* tear away tab (เพื่อป้องกันความดันภายในไม่ให้สูงเกินไป)
* vent ( ช่องฉุกเฉินเพื่อระบายแรงดัน)
* thermal interupt (ตัดการชาร์จทันทีหากอุณหภูมิสูง ที่เกิดจาก การชาร์จด้วยกระแสเกิน, overcurrent/overcharging)

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชาร์จ (อันนี้สำคัญมากๆครับหลายๆคนเข้าใจผิด)

- โดยทั่วไปการชาร์จแบต lithium จะเต็มภายใน 3 ชม

- ไม่ควรปล่อยให้เกิดภาวะ deep discharge (การใช้จนแบตหมดเกลี้ยง) เพราะจะทำให้ batt เกิดความเครียด (battery strain)
แบต lithium ไม่มี memory effect เหมือน Ni-Cd หรือ Ni-MH การชาร์จเติมประจุเรื่อยๆ (partially charge) จะส่งผลดีกว่า
ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจยังเข้าใจผิด

- แบต lithium ไม่จำเป็นต้องมีการกระตุ้นเซลล์ ในการใช้ครั้งแรก (initial activation) เหมือน Ni-Cd หรือ Ni-MH ที่แนะนำให้
ชาร์จครี้งแรกที่ 17-18 ชม. เพราะการทำงานของ batt lithium ไม่ถูกออกแบบมาให้รับการประจุแบบ trickle charge
.
- การชาร์จที่กระแสสูง ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาการชาร์จโดยรวมลดลงมากนัก เพราะจะเป็นการเร่งระยะของ การชาร์จระยะที่ 1 ให้ถึง voltage limit เร็วขึ้น แต่
ก็ต้องรอเวลาสำหรับ topping charge ในปลายระยะ 1 และ ระยะ 2


- การชาร์จด้วยความต่างศักย์ต่ำกว่าจะช่วยยืดอายุแบต ตามรูป ยิ่งชาร์จด้วย voltage สูง ถึงแม้ว่าจะได้ความจุเพิ่มขึ้น แต่ต้องแลกมากับอายุการใช้ (cycle life) ที่ลดลง



เจาะลึกเรื่องแบตไอโฟน6,6s,6plus,6splus กัน


                                   รูปที่ 1 (แบตไอโฟน6พลัส)

สังเกตุรูปที่ 1 ในแบตไอโฟน6พลัส จะมีแผงวงจรและชิพ IC ด้วย ทั้งหมด 3 IC ด้วยกัน แบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่

1.Ti Li-ion fuel gauge  ไอซีตัวนี้มีแอดมินคิดว่า น่าจะสัมพันธ์ กับสัญลักษณ์ Li-ion ที่เขียนติดอยู่ที่หน้าแบตไอโฟน6 อย่างแน่นอน
2.Ricoh battery protection ถึง 2 ตัวด้วยกัน ไอซีตัวนี้แอดมิน คิดว่า น่าจะเป็น IC ตัวที่ทำหน้าที่ แจ้งเตือนเวลาอุณหภูมิสูงเกินจะตัดไฟอัตโนมัติ 
และอีกตัวหนึ่งจะทำหน้าที่ ตรวจจับการชารจ์ตัดการชารจ์ เมื่อประจุไฟในแบตไอโฟน6พลัส เต็ม นั่นเอง

เดิมนั่นไม่ว่าจะตั้งแต่รุ่นแรกสุดอย่าง แบตเตอรี่รุ่นแรกอย่าง iPhone 2G (ตัวแรก) จนถึง ตัวที่กล่าวถึงในบทความคือ แบตเตอรี่ไอโฟน6 นั้น

ทาง Apple ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลีเมอร์ทั้งสิ้น ทีนี้เพ่ราะอะไรเรามาดูกัน ทำไมแบตไอโฟน จึงต้องเป็นลิเธียมโพลิเมอร์

- แบตลิเธียมโพลิเมอร์นั้น รูปแบบสามารถทำได้บางมากๆ และน้ำหนักเบามาก เช่น บางขนาดบัตรเครดิต ยังทำได้ !!!

- การผลิตที่ไม่จำกัดรูปทรง อยากได่รูปทรงไหน สั่งผลิตได้ทุกรูปแบบเลยจ้า

- ด้านในของแบตไอโฟน เป็นลักษณะเจล ไม่ติดไฟ ทำให้ลดความเสี่ยงในการระเบิด ต่างจาก ลิเธียมไอออน

- โอกาสรั่วของไฟที่น้อยกว่า, อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ไม่เสื่อมตามกาลเวลา แต่เสื่อมตามรอบ Cycle เท่านั้น

ทีนี้มาดูขีดจำกัดของเจ้าแบตไอโฟน6 ตัวนี้กันบ้าง

- มีข้อจำกัดเรื่องอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิ ที่เย็นจัดตัว IC จะตัดไฟ เพื่อปกป้องแบตไอโฟนทันที
- ความแน่นของพลังงานน้อยกว่าแบตจำพวกลิเทียมไอออน จึงทำให้แบตจำพวกไอโฟนมีรอบการชารจ์ที่สั้นกว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
หรือแปลง่ายๆ เสื่อมไวกว่า
- ต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาค่อนข้างสูง

สรุปแล้วแบตเตอรี่ไอโฟนทุกรุ่น สรุปเป็นแบตเตอรี่ Lithium Polymer นะครับ ไม่ใช่แบตเตอรี่ Lithium-ion นะครับ


จะเลือกซื้อแบตเตอรี่ยังไงอย่าสับสนกันนะครับ แนะนำว่าสั่งซื้อแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐานที่มีตรา มอก. (มาตรฐานอุตสาหกรรม)

จากสมอ.จะดีมากๆ เพราะในตัวแบตเตอรี่เองมี IC ป้องกันการชารจ์ไฟเกิน,ตัดไฟเมื่ออุณหภูมิไม่เหมาะสม ช่วยให้ผู้ใช้งานมีความปลอดภัยอีกด้วยนะครับ

tag : แบตไอโฟน6s,แบตเตอรี่ไอโฟน6s,Battery iPhone 6s,Battery iPhone 6

ขอบคุณที่มา techinside,v-power,commy,wikipedia

โอนแล้วกดแจ้งชำระเงินที่นี่ครับ

CATEGORY

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม2,008,269 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด731,640 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท23 พ.ย. 2560

CONTACT US

facebook

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
Go to Top